พื้นที่เล็ก ๆ ที่เริ่มต้นจากความตั้งใจ
เชสท์นัท ฮิลล์ (Chestnut Hill) ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นรีสอร์ท แต่เกิดจากความตั้งใจที่จะสร้างพื้นที่ให้ผู้คนได้ใกล้ชิดธรรมชาติ เรียนรู้การอยู่ร่วมกัน และค้นพบความสุขจากวิถีชีวิตที่เรียบง่าย
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2539 เมื่อคุณปุก (Mrs. Vanerath Sornprasit) ชาวทุ่งลุง ได้ก่อตั้ง Stream Garden Retreat โดยได้รับแรงบันดาลใจจากคำสอนของกฤษณมูรติ และมีความตั้งใจที่จะสร้างสถานที่ท่ามกลางผืนป่าที่เปิดต้อนรับผู้คนจากหลากหลายถิ่นฐาน
จุดเริ่มต้นจากค่ายเด็กกลางป่า
พ.ศ. 2539 | Where It All Began
ในช่วงแรก Stream Garden Retreat เป็นค่ายสำหรับเด็ก ๆ จากทั้งหมู่บ้านใกล้เคียงและในเมือง เปิดโอกาสให้พวกเขาได้มาใช้ชีวิต เรียนรู้ และสัมผัสธรรมชาติร่วมกัน
การเริ่มต้นในวันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพื้นที่ยังไม่มีถนนเข้าถึง และไม่มีระบบน้ำดื่มที่พร้อมใช้งาน แต่ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ สถานที่แห่งนี้จึงค่อย ๆ เติบโตขึ้นทีละก้าว
จาก Stream Garden Retreat สู่ Chestnut Hill
พ.ศ. 2559 | A New Chapter
หลังจากผ่านไป 20 ปี วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 Stream Garden Retreat ได้เปลี่ยนชื่อเป็น เชสท์นัท ฮิลล์ (Chestnut Hill) นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาสถานที่แห่งนี้
ในปีเดียวกัน เชสท์นัท ฮิลล์ เริ่มดำเนินงานในรูปแบบกิจการเพื่อสังคม ภายใต้ชื่อ บริษัท เชสท์นัท ฮิลล์ อีโค่ จำกัด โดยมีกองทุนสนับสนุนชุมชนชนบทในด้านการศึกษา สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงให้การสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
แนวคิดนี้สะท้อนถึงความตั้งใจที่อยากให้การเติบโตของรีสอร์ทมีส่วนช่วยสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ
ผู้ก่อตั้งและแรงบันดาลใจ
Our Founder | คุณปุก
คุณปุก (Mrs. Vanerath Sornprasit) คือผู้ริเริ่มแนวคิดและวางรากฐานของสถานที่แห่งนี้ ด้วยความเชื่อในคุณค่าของการเรียนรู้ การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
ปัจจุบัน แม้คุณปุกจะไม่ได้ดูแลการดำเนินงานประจำวันของรีสอร์ทโดยตรง แต่ยังคงใช้ชีวิตสลับระหว่างเชสท์นัท ฮิลล์ กรุงเทพฯ อินเดีย และยุโรป
นอกจากนี้ คุณปุกยังเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิ Anveekshana ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและไม่ยึดโยงกับศาสนาใด
พักจากความวุ่นวาย แล้วกลับมาใกล้ชิดธรรมชาติ
Our Philosophy | A Simpler Way to Stay
ที่เชสท์นัท ฮิลล์ เราเชื่อว่าการพักผ่อนที่ดีไม่จำเป็นต้องเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย บางครั้งเพียงได้ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ ก็เป็นความสุขที่เรียบง่ายและมีความหมาย
ห้องพักของเราจึงไม่มีโทรศัพท์หรือโทรทัศน์ เพื่อให้ผู้เข้าพักได้พักจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน และใช้เวลากับบรรยากาศรอบตัวอย่างเต็มที่
ท่ามกลางความร่มรื่นของต้นไม้ ผู้เข้าพักจะได้สัมผัสเสียงนกร้อง เสียงลม และความสงบของผืนป่า พร้อมเดินสำรวจธรรมชาติรอบรีสอร์ท ซึ่งมีป้ายบอกชื่อและข้อมูลของต้นไม้ นก และสัตว์ป่าเขตร้อนที่พบในพื้นที่
เราอยากให้ทุกช่วงเวลาที่นี่เป็นโอกาสในการพักผ่อน เรียนรู้ และกลับมาเชื่อมโยงกับธรรมชาติอีกครั้ง
เติบโตไปพร้อมกับชุมชน
Our Community | Growing Together
นอกจากการดูแลธรรมชาติ เชสท์นัท ฮิลล์ ยังให้ความสำคัญกับผู้คนในชุมชน โดยเปิดโอกาสให้คนหนุ่มสาวในท้องถิ่นได้เข้ามาทำงานและเป็นส่วนหนึ่งของรีสอร์ท
เราเชื่อว่าการท่องเที่ยวที่ดีไม่ใช่เพียงการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่ผู้มาเยือน แต่ยังควรสร้างคุณค่าและโอกาสให้กับผู้คนในพื้นที่ด้วย
สัมผัสความสงบในแบบเชสท์นัท ฮิลล์
A Stay Close to Nature Awaits
เชสท์นัท ฮิลล์ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองหาดใหญ่ประมาณ 30 นาที ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่เงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความเร่งรีบ และใช้เวลาอยู่กับตัวเองหรือคนสำคัญ
จากค่ายเด็กเล็ก ๆ ในผืนป่าเมื่อปี พ.ศ. 2539 สู่สถานที่พักผ่อนในวันนี้ เชสท์นัท ฮิลล์ ยังคงรักษาความตั้งใจเดิมไว้ นั่นคือการเป็นพื้นที่ที่ผู้คน ธรรมชาติ และชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเกื้อกูล
Come Closer to Nature. Discover a Simpler Way of Living.
สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด และค้นพบความสุขจากการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย
อยู่ร่วมกับไหล่เขา
แนวทางของเชสท์นัท ฮิลล์ในการดูแลป่า สวน และการใช้ที่ดินในชีวิตประจำวัน
เราเป็นอีโค่รีสอร์ทอย่างไร · เชสท์นัท ฮิลล์ อีโค่ รีสอร์ท
เรามาเป็นอีโค่รีสอร์ทอย่างไร
1. We build in harmony with nature. Many of our cottages are built from reused wood or from fallen trees. We leave large tropical trees untouched even though we build next to them. เพื่อเราได้สร้างความกลมกลืนกับธรรมชาติ เรามีที่พักหลายหลังที่ใช้ไม้เก่าที่ใช้แล้วหรือไม้ที่ล้มตามธรรมชาติมาสร้าง เราเว้นต้นไม้ไว้มากมาย เราจัดสร้างที่พักขึ้นท่ามกลางหมู่ไม้
2. We make our own laundry and dish washing detergent from leftover food such as citric fruits. เราทำสบู่ซักผ้าและล้างจานเองจากเศษอาหารและผลไม้พวกส้ม
3. We buy and use locally produced goods. To support sustainability, a lot of the equipment and utilities we use are handmade. เราซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากท้องถิ่นสนับสนุน ส่งเสริม ความยั่งยืนของสภาพแวดล้อม อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่นำมาใช้ทำจากงานฝีมือ
4. We limit our use of plastic by providing water containers in each guest room; these are refillable at each cottage. We provide refillable soap and shampoo dispensers in all rooms to reduce waste. เราจำกัดการใช้พวกปลาสติก โดยจัดให้มีภาชนะบรรจุน้ำไว้ในห้องพักแขก ที่สามารถเติมน้ำได้ มีการจัดให้มีกล่องบรรจุสบู่และแชมพูที่ใช้มือกดในทุกห้องพักเพื่อลดความสิ้นเปลือง
5. We conserve about 40 Acres of land, keeping the rain forest in its natural conditions. เรามีการอนุรักษ์พื้นที่ป่าฝนกว่า 100 ไร่ไว้ในสภาพเดิมของธรรมชาติ
6. We utilize water from the stream for bathing; the water is filtered by a pump and is further stored for later use. Through gravitational force, the water can reach the showers at each cottage. Our drinking water is rainwater. Our advanced sand filtration water purification system allows us to collect and purify water for drinking.
เราใช้น้ำจากลำธาร เป็นน้ำสำหรับใช้อาบ ดูดขึ้นมาด้วยเครื่องดูด โดยผ่านเครื่องกรองและเก็บกักไว้ในถังใหญ่และจ่ายไปถึงทุกห้องพัก สำหรับน้ำดึ่ม เรารองน้ำฝนเก็บไว้โดยผ่านเทคโนโลยีเครื่องกรองน้ำที่ทันสมัยไว้ใจได้
7. We have our own organic garden and fruit orchards from which most of our fresh ingredients for cooking are collected. เรามีสวนผักและผลไม้ที่ปลอดสารพิษของเราเอง เราเก็บผลไม้และผักสดส่งเข้าห้องครัวสำหรับใช้ปรุงอาหารเพื่อเสิร์ฟผู้มาพัก
8. The food provided at our restaurant is 100% homemade. We do not buy ready-made items from the supermarket. อาหารที่นำมาบริการผู้เข้าพัก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เป็นอาหารปรุงเอง ไม่มีอาหารปรุงเสร็จที่ซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ต
9. We separate fresh and dry waste, using the wet kitchen waste as compost for our garden. We sell recyclable plastic to waste separation companies in the city. เราจัดให้มีการแยกขยะเปียกและขยะแห้ง ขยะเปียกเรานำไปใช้หมักปุ๋ยสำหรับสวนผัก และขายขยะแห้งพวกปลาสติกให้แหล่งธุรกิจซื้อของเก่า
10. We work with villagers in the neighborhood by advertising their fruit orchards and gardens, and on occasion take the guests for visits. This allows visitors to learn about the various ways of local living and gives them a chance to interact with locals on a one on one basis. เราร่วมกับชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงกระจายข่าวเกี่ยวกับสวนผักและผลไม้ บางครั้ง เรานำผู้เข้าพักที่สนใจเดินชม ผู้เข้าพักจะได้มีโอกาสเรียนรู้ชีวิตท้องถิ่นและปฏิสัมพันธ์กับชาวบ้าน
11. We provide education for locals. Since 2000, we have been sponsoring local schools around Phatong area. We not only help find teachers and volunteers that are interested in teaching English but we also financially support our Thung Chang Village, the smallest school in Hat Yai. เราช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในหมู่บ้านเกี่ยวกับการศึกษา ตั้งแต่ปี พ. ศ. 2543 เราได้สนับสนุนด้านการเงินหลายโรงเรียนในพื้นที่ตำบลพะตง โดยเฉพาะโรงเรียนหมู่บ้านทุ่งจัง ซึ่งเป็นโรงเรียนเล็กสุดในอำเภอหาดใหญ่ เราได้ช่วยหาครูและจัดส่งอาสาสมัครที่รีสอร์ทของเราช่วยสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนด้วย
12. We provide bikes as an ecological form of transportation around the Eco resort. เรามีรถจักรยานสำหรับใช้ภายในรีสอร์ทเป็นมิตรกับระบบนิเวศน์รอบรีสอร์ท
13. We have recycling bins in each room and kindly ask all guests and staff to recycle plastic bottles and containers. เราจัดให้มีถังเก็บเศษขยะรีไซเคิลไว้ในทุกห้องพัก และกรุณาช่วยกันส่งเสริมการรีไซเคิลพวกขวดปลาสติกและภาชนะปลาสติกให้มีขึ้นทุกครัวเรือน
14. We have installed a linen re-use program so that we limit water waste and energy consumption. เราจัดให้มีการติดตั้งโครงการใช้ผ้าลินินซ้ำได้ ซึ่งเป็นการช่วยลดปริมาณน้ำและพลังงานที่ใช้ให้น้อยลง

